เที่ยวอียิปต์ ย้อนอดีต ตามหาอารายธรรมโบราณยุคแรกของโลก ค้นหาดินแดนแห่งตำนานอันลี้ลับของฟาโรห์ ชมมหาปีรามิด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากว่า 5,000 ปี มองอดีตจากบนฟ้าเหนือทะเลทราย ชมความงามเหนือน่านฟ้าของเมืองลักซอร์บนบอลลูนยามเช้า นั่งเรือโบราณล่องแม่น้ำไนล์ แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก ในยามอาทิตย์อัสดง
| FLIGHT FROM | DESTINATION | DATE | DEPARTS | ARRIVES |
|---|---|---|---|---|
| Bangkok | Cairo | 11 Oct 2018 | 23:59 | 04:10 (+1) |
| Cairo | Bangkok | 15 Oct 2018 | 23:10 | 13:10 (+1) |
21:00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 แถว Q
เช็คอินที่เคาน์เตอร์ของสายการบินอียิปต์แอร์ (Egypt Air)
โดยทุกท่านสามารถ Load น้ำหนักกระเป๋าได้ท่านละ 2 ใบ น้ำหนักไม่เกินใบละ 23 กก.
23:59 น.
04:10 น. ถึงสนามบินนานาชาติกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
ผ่านตม. รับสัมภาระ และเตรียมตัวเดินทางสู่กรุงไคโร (Cairo) เมืองหลวงของประเทศอียิปต์
07:00 น.
08:00 น. เดินทางสู่เมืองกีซา (Giza) เพื่อเข้าชมหมู่บ้านมหาปีรามิด (Great Pyramid of Giza) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นโดยองค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณ เพื่อฝังพระศพของพระองค์เอง นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 30 ปี โดยสร้างจากแท่งหินขนาดใหญ่มาก หินแต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิทมาก แม้แต่กระดาษก็สอดไม่ผ่าน พร้อมชมสฟิงซ์ (Sphinx) ที่แกะสลักจากเนินหินธรรมชาติ มีส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์และลำตัวเป็นสิงโต ส่วนหัวที่เหมือนมนุษย์นั้น มีสัญลักษณ์ของฟาโรห์อียิปต์ที่แสดงไว้คือมีเคราที่คาง ตรงหน้าผากมีงูแผ่แม่เบี้ยและมีเครื่องประดับรัดเกล้าแบบกษัตริย์ เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์รอบๆ โดยมีหมู่บ้านปีรามิดแห่งเมืองกีซาเป็นฉากหลัง
ท่านสามารถเลือกขี่อูฐกลางทะเลทรายชมทิวทัศน์รอบๆ หรือเลือกที่จะเข้าไปชมภายในตัว ปีรามิดซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ฝังพระศพขององค์ฟาโรห์ผู้สร้างปีรามิดนั้น ภายในสร้างเป็นห้องโถงใหญ่ มีทางเดินซึ่งเราสามารถเดินลงไปดูได้ ทั้งนี้ค่าขี่อูฐและค่าเข้าชมไม่ได้รวมอยู่ในค่าบริการ โดยข้อจำกัดการเข้าชมภายในปีรามิดคือในแต่ละวันมีผู้เข้าชมได้ไม่เกินวันละ 300 คนเท่านั้น (ค่าขี่อูฐประมาณท่านละ 20 USD)
ขอแนะนำให้เตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม สำหรับสายถ่ายรูป พลาดไม่ได้กับเสื้อผ้าสีสันสดใส เพื่อให้ตัดกับฉากทะเลทรายอันกว้างใหญ่

11:00 น. ชมศูนย์กลางการทำกระดาษปาปีรุส (Papyrus) ซึ่งเป็นกระดาษชนิดแรกของโลก ที่ทำจากต้นกก เพื่อใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในสมัยอียิปต์โบราณ
13:30 น. ชมรูปแกะสลักขนาดใหญ่ของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมมฟิส (Open Air Museum at Memphis)
ซึ่งรูปสลักนี้แกะมาจากหินปูนในท่ายืน แต่ปัจจุบันล้มลงมานอนกองกับพื้น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมมฟิสมีพื้นที่ครอบคลุมที่ราบกีซา เมืองซัคคารา และเมืองดาชูร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งปีรามิดสำคัญเกือบทั้งหมดของอียิปต์ ในบริเวณพิพิธภัณฑ์มีรูปฟาโรห์รามเสส มหาราชที่แกะสลักจากหินปูนเป็นรูปปั้นขนาดยักษ์ ประทับยืนเด่นอยู่ท่ามกลางชิ้นงานศิลปะสมัยโบราณที่นำมาตั้งแสดงไว้ ทั้งยังมีสฟิงซ์ยักษ์ที่ทำจากหินอลาบาสเตอร์ (เราจะได้ไปชมโรงงานแกะสลักหินอลาบาสเตอร์ที่เมืองลักซอร์) ซึ่งมีน้ำหนักถึง 80 ตัน นอกจากนี้ยังมีชิ้นงานศิลปะสมัยโบราณอื่นๆ ที่ตั้งแสดงไว้กลางแจ้งอีกมากมาย
15:00 น. ชมปีรามิดซัคคารา (Step Pyramid) ซึ่งเป็นปีรามิดขั้นบันไดที่เก่าแก่ที่สุด ในยุครุ่งเรืองของอารยธรรมอียิปต์โบราณ ได้มีการสร้างสุสานฟาโรห์ที่เมืองซัคคาราซึ่งเป็นสุสานใหญ่ที่สุดในดินแดนแถบนี้ โดยฟาโรห์โซเซอร์ กษัตริย์ต้นราชวงศ์ที่ 3 ของอียิปต์โบราณได้บัญชาให้สร้างปีรามิดหินสำหรับเป็นที่เก็บพระศพของพระองค์ จึงนับได้ว่าปีรามิดซัคคาราเป็นปีรามิดแห่งแรกของอียิปต์ ชาวอียิปต์เชื่อว่าปีรามิดคือสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ ผู้ออกแบบปีรามิดซัคคารา คือ อิมโฮเตป (Imhotep) ผู้มีตำแหน่งเป็นขุนนางยศสูงสุดในราชสำนัก ที่ปรึกษาของฟาโรห์เป็นสถาปนิกผู้ควบคุมการก่อสร้าง
19:00 น.
21:00 น.
07:00 น.
08:00 น. เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
09:00 น. ชมความงามของซิทาเดล (Citadel) ซึ่งเป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องกรุงไคโรในระหว่างสงครามครูเสด คนอียิปต์เรียกป้อมปราการนี้ว่า Al-Qala’a Al-Gabal (หรือ Al-Burge) หมายถึง ป้อมปราการที่อยู่บนยอดเขา บริเวณที่ก่อสร้างซิทาเดลเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมเพราะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นกรุงไคโรได้ทั้งเมืองและยากต่อการที่ศัตรูจะบุกเข้าโจมตี ซิทาเดลมีบริเวณกว้างและตั้งอยู่ภายในกำแพงที่แข็งแกร่ง ด้านในนี้มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญอยู่หลายแห่ง ทั้งสุเหร่า พิพิธภัณฑ์ตำรวจ รวมถึงสถานที่แสดงเครื่องบินรบด้วย ภายในท่านจะได้พบกับสุเหร่ามูฮัมหมัด อาลี ปาชา (Mosque of Muhammad Ali Pasha) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม สร้างด้วยสถาปัตยกรรมยุคออตโตมาน มีหอมินาเรต์หรือหอเรียกสวดเป็นเสาสูงรูปแปดเหลี่ยม มี Blue Mosque ที่อิสตันบูลเป็นต้นแบบ ด้านนอกมีหอนาฬิกาซึ่งทางอียิปต์ได้นำเสาโอบิลิสก์ต้นหนึ่งของฟาโรห์รามเสสไปมอบให้ฝรั่งเศส ทางฝรั่งเศสจึงให้นาฬิกามาเป็นเครื่องตอบแทน ปัจจุบันเสาโอบิลิสก์ที่อียิปต์ให้ฝรั่งเศสไปตั้งอยู่กลางจัตุรัสคองคอร์ดในกรุงปารีส ส่วนเสาโอเบลิสก์ที่เหลืออีกต้นอยู่ที่ด้านหน้าวิหารลักซอร์ ซึ่งเราจะได้ไปชมในวันต่อไป

11:30 น.
13:00 น. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของดินแดนไอยะคุปต์กันที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Egyptian Museum)
ที่สร้างโดยชาวฝรั่งเศส ชื่อ ออกุสต์ มาริเอตต์ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของอียิปต์ที่เก็บสมบัติฟาโรห์ ศิลปะวัตถุ และโบราณวัตถุต่างๆ พิพิธภัณฑ์ได้เปิดและมีการสร้างอาคารเพิ่มจนอย่างที่เห็นในปัจจุบัน หากอยากถ่ายภาพต้องเสียค่ากล้องเพิ่ม 50 LE (มือถือไม่เสียเงิน) ด้านในมีโบราณวัตถุแสดงอยู่กว่าแสนชิ้น และยังมีส่วนที่เก็บอยู่ในห้องใต้ดินอีกจำนวนมาก ศิลปะสมบัติล้ำค่าที่สุดคือสมบัติที่นำมาจากหลุมฝังศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน
นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะและโบราณวัตถุตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณจนถึงยุคสมัยใหม่เก็บสะสมอยู่ด้วย มีการจำลองการเก็บศพแบบมัมมี่ ซึ่งมีทั้งศพจริง และที่เก็บศพเปล่าๆ
ไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่ห้อง Tutankhamun Galleries ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ในห้องเก็บสมบัติของฟาโรห์หนุ่มองค์นี้ มีเพียงห้องนี้ห้องเดียวที่มีแอร์ มีงานศิลปะเด่น 5 ชิ้นที่งดงามมาก คือ หน้ากากทองคำของตุตันคาเมน (King Tut’s Death Mask) บัลลังก์ทอง (Golden Throne) โลงศพทองคำแท้ (Innermost Coffin) รูปไม้แกะสลักที่สิงสถิตของวิญญาณผู้ล่วงลับ (Ka Statute) และโถทองคำบรรจุอวัยวะภายในของตุตันคาเมน (A Golden Canopic Chest) *** มีเพียงหน้ากากทองคำของตุตันคาเมนเท่านั้นที่ห้ามถ่ายรูป ***
ทั้งนี้ค่าเข้าชมมัมมี่ของพระมหากษัตริย์ทั้ง 11 พระองค์ไม่รวมอยู่ในรายการ

15:00 น. ซื้อของฝาก ของที่ระลึก และของพื้นเมืองกันที่ตลาดข่าน เอล-คาลิลี (Khan el-Khalili) ซึ่งเป็นตลาดพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดกรุงไคโร ที่นักท่องเที่ยวชอบไปเดินเล่นดูบรรยากาศการซื้อขายของแบบโบราณของชาวอาหรับ มีสินค้าขายทุกอย่างตั้งแต่เครื่องเทศไปจนถึงเสื้อผ้าและหม้อทองเหลือง โดยทางเราจะจัดเจ้าหน้าที่ชาวไทยที่สามารถสื่อสารภาษาอาหรับ เพื่ออำนวยความสะดวกในการต่อรองค่าสินค้า พร้อมตำรวจนอกเครื่องแบบเพื่อรักษาความปลอดภัย

18:00 น.
21:40 น.
22:40 น. ถึงสนามบินเมืองลักซอร์
23:00 น.
08:00 น.
10:00 น. ค้นหาความยิ่งใหญ่ของประวัติฟาโรห์ กันที่หุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings) ซึ่งเป็นหุบเขาและเนินเขาที่อยู่ในพื้นที่กึ่งทะเลทราย เป็นสุสานที่ฝังศพฟาโรห์ ภายในบริเวณหุบผากษัตริย์บนเทือกเขาธีบัน พบสุสานแล้ว 64 หลุม มีทั้งห้องฝังพระศพ ห้องเก็บสมบัติและห้องเก็บสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในพิธีฝังศพ สุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน (KV62) เป็นสุสานที่สมบูรณ์ที่สุด ห้องไว้พระศพทาสีทองอร่าม ภาพประดับผนังทั้งสี่ด้านในห้องไว้พระศพ เป็นภาพฟาโรห์ตุตันคาเมนในผ้าห่อพระศพ ส่วนสมบัติฟาโรห์ตุตันคาเมนจำนวนกว่า 5,000 ชิ้น ปัจจุบันกระจัดกระจายไปอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก ที่มีอยู่มากที่สุด คือ พิพิธภัณฑ์อียิปต์ที่กรุงไคโร ฟาโรห์ตุตันคาเมนเป็นที่รู้จักและมีการพูดถึงบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ด้วยวัยเพียง 9 ปี และสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และด้วยตัวสุสานของพระองค์ที่ถูกขุดพบยังมีสภาพที่สมบูรณ์ พบหน้ากากทองคำฟาโรห์อันสวยงาม จึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวของอาณาจักรอิยิปต์โบราณได้เป็นอย่างดี

11:30 น. ชมโรงงานแกะสลักหินอลาบาสเตอร์ (Alabaster) ซึ่งเป็นหินที่มีความแข็งแรงและมีคุณสมบัติเรืองแสงได้ คนอียิปต์นำหินชนิดมาแกะสลักรูปปั้นขนาดใหญ่ รวมถึงสฟิงซ์ด้วย ในปัจจุบันมีการแกะสลักเป็นรูปต่างๆ มากมาย พร้อมชมการแสดงอันสนุกสนาน

12:30 น.
14:00 น. ชมวิหารที่ใช้ประกอบพิธีศพของฟาโรห์หญิงฮัตเซปซุต (Temple of Hatshepsut) ซึ่งด้านหลังวิหารเป็นหน้าผาหินสูง 300 เมตร ของเทือกเขาธีบันโอบล้อมเป็นฉากหลัง มีอายุกว่า 3,500 ปี เป็นวิหาร 3 ชั้น เล่นระดับ แต่ละชั้นมีระเบียงด้านหน้า ภายในมีภาพแกะสลักและคำจารึกเฉลิมฉลองความสำเร็จในรัชสมัยของพระนาง วิหารฮัตเซปซูตเป็นอนุสรณ์สถานที่สง่างามที่สุดในดินแดนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ในบริเวณนี้มีวิหารประกอบพิธีศพของฟาโรห์ 3 พระองค์ด้วยกัน วิหารแรกที่เหลือแต่ซากปรักหักพัง เป็นวิหารประกอบพิธีศพของฟาโรห์เมนทู-โฮเทปที่ 2 (Mentuhotep II) วิหารที่ 2 คือวิหารฮัตเซปซุตที่สง่างามสมบูรณ์แบบมากที่สุด และเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ก็ได้ขุดพบวิหารประกอบพิธีศพของฟาโรห์ธุตโมซิสที่ 3 อีกวิหารหนึ่ง

15:30 น. ชมความงามของ Habu Temple (Medinet Habu) หรือวิหารประกอบพิธีศพฟาโรห์รามเสสที่ 3 ซึ่งเป็นฟาโรห์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์ที่ 20 ทรงเป็นฟาโรห์นักรบองค์สุดท้ายของสมัยอียิปต์โบราณ ทางเข้าของวิหารจะต้องเดินผ่านหอคอยทรงสูง เป็นการสร้างเลียนแบบป้อมปราการของพวกซีเรียในสมัยที่พระองค์ออกไปทำสงคราม ชมความงามของซุ้มประตูวิหารหรือไพลอน และลานกลางวิหาร ห้องโถงเสา ไปจนถึงห้องบูชาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่ด้านในสุด มีภาพแกะสลักบนไพลอนที่แสดงให้เห็นว่าฟาโรห์รามเสสที่ 3 กำลังสังหารศัตรูต่อหน้าเทพอะมุน ซึ่งบนคานของไพลอนนี้ยังคงเห็นภาพแกะสลักที่มีสีสันสวยงามอยู่


17:30 น. นั่งเรือโบราณเฟลุคกะ (Felucca) ล่องแม่น้ำไนล์ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลกในยามอาทิตย์อัศดง เรือใบเฟลุกกะนี้เป็นเรือโบราณของชาวอียิปต์ ที่ไม่มีเครื่องยนต์ อาศัยกระแสลมในการเคลื่อนที่

19:00 น. มุ่งหน้ากลับสู่โรงแรม Pavillon Winter Luxor (หรือเทียบเท่า) เพื่อเตรียมรับประทานอาหาค่ำ
19:30 น.
03:30 น. เดินทางไปขึ้นบอลลูนชมวิวฝั่ง West Bank (Hot Air Balloons) โดยจะมีรถตู้มารับที่โรงแรมเพื่อนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่ง West Bank โดยจะมี ชา กาแฟ และขนมปังเล็กน้อยไว้ให้บริการ ระยะเวลาในการขึ้นบอลลูนนาน 1 ชม. ซึ่งเราจะได้เห็นช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นจากบนบอลลูน ซึ่งสวยงามเกินบรรยาย ซึ่งจะมีการแจกประกาศนียบัตรไว้เป็นที่ระลึกด้วย


07:00 น.
09:00 น. เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
09:30 น. ชมความงามของ Karnak Temple ซึ่งเป็นวิหารโบราณที่มีอายุกว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำไนล์ แม้จะเป็นเพียงซากวิหาร แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มวิหารของอียิปต์โบราณที่ใหญ่ที่สุด ทางเข้าเรียงรายไปด้วยสฟิงซ์ศิลาหัวแกะ ชาวอียิปต์โบราณสร้างวิหารคาร์นักด้วยวิธีเดียวกับการสร้างปีรามิด โดยไม่ใช้ลิ่มสลักหรือสิ่งใดๆ เชื่อมให้ยึดติดกัน ด้านในประกอบด้วย วิหารเทพอามุน (Temple of Amun) ห้องทำพิธี ซุ้มประตู (Pylon) เสาโอบิลิสก์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสุริยเทพ และทะเลสาบ จุดเด่นของวิหารคาร์นัก คือ ห้องโถงเสา (Great Hypostyle Hall) ซึ่งเริ่มสร้างโดยฟาโรห์เซติที่ 1 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยฟาโรห์รามเสสที่ 2 ประกอบด้วยกลุ่มเสาใหญ่จำนวน 134 ต้น ในจำนวนนี้มีเสายักษ์ 12 ต้น เสาที่เหลืออีก 122 ต้น เป็นเสาต้นที่เล็กกว่า รอบๆ เสาทั้ง 134 ต้น มีการสลักอักษรภาพเป็นคำสรรเสริญเทพเจ้ากับคาร์ทูช พระนามของฟาโรห์ผู้สร้างวิหารคาร์นักแห่งนี้ เลยจากห้องโถงเสาเข้าไปจะพบกับเสาโอบิลิสก์ 2 ต้น ซึ่งเป็นของฟาโรห์หญิงฮัตเซปซุต และฟาโรห์ธุตโมซิสที่ 1 ลวดลายที่ยังงดงามอยู่บนเสาแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของเสาโอบิลิสก์


12.00 น.
13:30 น. เรียนรู้เรื่องราวในอดีตที่พิพิธภัณฑ์ลักซอร์ (Luxor Museum) ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ที่แสดงศิลปะสมบัติและโบราณวัตถุ ตั้งแต่ยุคฟาโรห์ไปจนถึงยุคสมัยมัมลุก ห้องแรกที่พบคือห้อง Cachette Hall แสดงรูปปั้นที่ขุดพบจากใต้วิหารลักซอร์ รูปปั้นชิ้นที่น่าสนใจคือ สฟิงซ์ยุคตุตันคาเมน ทำด้วยหินอลาบัสเตอร์ และรูปแกะสลักจากหินแกรนิตสีชมพูเป็นเศียรของอาเมนโอเทปที่ 3 กับเทพฮอรัส ทำด้วยหินบะซอลต์ รูปปั้นฟาโรห์ฮอร์เอมเทปคุกเข่าอยู่หน้าเทพอามุน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสมบัติฟาโรห์ซึ่งได้มาจากหลุมฝังศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน ที่บริเวณหุบผากษัตริย์ เช่น ศีรษะวัวฝังทองคำของเทพีเมฮิต-วาฮิต พระแท่นที่ใช้ในการทำมัมมี่ และเรือจำลองทำด้วยไม้ 2 ลำ ในปีกตึกที่สร้างต่อเติมใหม่ เป็นที่เก็บโบราณวัตถุยุคเมืองธีปส์รุ่งเรืองชื่อห้อง Thebes Glory

15:00 น. เยี่ยมชมความงามของ Luxor Temple สถานที่ที่จะได้เห็นเสาโอบิลิสก์ ซึ่งเหลือเพียงต้นเดียว เพราะเสาอีกต้น ปัจจุบันได้ตั้งอยู่กลางจัตุรัสคองคอร์ดในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทางเดินเข้าวิหารลักซอร์มีสฟิงซ์เรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง สร้างขึ้นในสมัยฟาโรห์เนคทาเนโบที่ 1 (Nectanebo I) ว่ากันว่าใบหน้าสฟิงซ์จำลองมาจากพระพักตร์ของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 3 ถนนสฟิงซ์นี้ทอดยาวไปทางวิหารคาร์นัก ด้วยความยาว 2.5 กม. วิหารลักซอร์เป็นวิหารหินทรายที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคฟาโรห์ สร้างในสมัยฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 3 (Amenhotep III) เพื่อถวายเทพเจ้าทั้งสามของชาวเมืองธีปส์ คือ เทพอามุน เทพีมัต และเทพคอนสุ แต่ต่อมาฟาโรห์อัคเคนาเตน (Akhenaten) โอรสของพระองค์ ได้หันไปนับถือเทพเจ้าองค์เดียว คือ เทพอาเตน (Aten) จึงทอดทิ้งวิหารลักซอร์และย้ายเมืองหลวงใหม่ ทำให้อียิปต์เกิดความแตกแยก กระทั่งถึงรัชสมัยของฟาโรห์ตุตันคาเมนกับฟาโรห์ฮอร์เอมเทป (Horemtep) ได้หันกลับมานับถือเทพอามุนและทะนุบำรุงวิหารแห่งนี้ให้มีความสำคัญดังเดิม วิหารลักซอร์ที่สวยงามในปัจจุบัน เป็นผลงานการสร้างเพิ่มเติมของฟาโรห์รามเสสที่ 2 (Ramses II) ผู้สร้างกลุ่มวิหารคาร์นัก

17:30 น.
19:00 น. เดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางไปยังกรุงไคโร และเดินทางต่อเพื่อกลับประเทศไทย
21:00 น.
22:10 น. ถึงสนามบินนานาชาติกุรงไคโร
23:10 น.
13:10 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
============================================================================================
|
อัตราค่าบริการ |
||||
|
วันเดินทาง |
ราคาผู้ใหญ่
(พักห้องละ 2-3 ท่าน) |
ราคาเด็กเสริมเตียง
(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) |
ราคาเด็กไม่เสริมเตียง
(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) |
พักเดี่ยวเพิ่ม |
|
11-16 ต.ค. 18 |
49,500 บาท | 48,500 บาท | 47,500 บาท |
5,500 บาท |
หมายเหตุ:
– กำหนดการเดินทางและรายละเอียดบางประการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ฯลฯ โดยจะยึดถือความปลอดภัยเป็นหลัก
– ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน หรือต่ำกว่ามาตรฐานของการยืนยันการเดินทาง จะมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของยานพาหนะที่ใช้ในการนำเที่ยวตลอดรายการทัวร์ตามความเหมาะสม
– บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่นๆ ที่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรืออุบัติเหตุต่างๆ
– ราคานี้คิดตามราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน ณ ปัจจุบัน หากทางสายการบินมีการปรับราคาบัตรโดยสารขึ้นตามอัตราค่าน้ำมัน หรือค่าแลกเปลี่ยนเงิน ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วตามสถานการณ์ดังกล่าว
– เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
อัตรานี้รวม
อัตรานี้ไม่รวม
ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
ค่าทำวีซ่าเข้าประเทศอียิปต์
ภาษีต่างๆ เช่น ภาษี 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ฯลฯ
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษที่นอกเหนือรายการ
ค่าขี่อูฐ ค่าเข้าไปในปีรามิด ค่าเข้าชมห้องมัมมี่ฟาโรห์ 11 พระองค์ ที่พิพิธภัณฑ์ฯ ค่าขึ้นบอลลูนที่เมืองลักซอร์ และรายการอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการทัวร์
เงื่อนไขในการจองทัวร์
งวดที่ 1: สำรองที่นั่งจ่าย 15,000 บาท/ท่าน (ภายใน 3 วัน หลังการจอง) พร้อมส่งสำเนาหนังสือเดินทาง (ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น)
งวดที่ 2: ชำระยอดส่วนที่เหลือ ก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน
หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด จะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลเป็นพิเศษ อาทิ ผู้ใช้รถเข็น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวจะต้องดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
กรณียกเลิก
กรณียกเลิกหลังวางเงินมัดจำ บริษัทฯ จะคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ณ วันนั้น ที่ไม่สามารถคืนเงินได้ (ตัวอย่างเช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่ามัดจำห้องพัก เป็นต้น)
กรณียกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณี
กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล บริษัทฯ จะทำเรื่องยื่นเอกสารไปยังสายการบิน โรงแรม และในทุกๆ ผู้ให้บริการ เพื่อให้พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งไม่สามารถแจ้งได้ว่าจะสามารถคืนเงินได้ทั้งหมดหรือบางส่วนหรือไม่ได้เลย เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตัดสินใจของแต่ละผู้ให้บริการ
เอกสารประกอบการขอวีซ่าประเทศอียิปต์
หากท่านประสงค์จะยื่นขอวีซ่าด้วยตัวเอง จะมีค่าใช้จ่ายท่านละ 2,100 บาท (จ่ายโดยตรงกับทางสถานทูต)
หากท่านประสงค์จะให้บริษัทฯ ดำเนินการให้ จะมีค่าใช้จ่ายท่านละ 2,500 บาท
โดยท่านจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ดังนี้
หมายเหตุเกี่ยวกับการขออนุมัติวีซ่าประเทศอียิปต์
** หากท่านประสงค์จะให้บริษัทฯ ดำเนินการให้ กรุณาเตรียมเอกสารให้ครบตามที่ระบุ พร้อมส่งมอบเอกสารประกอบทั้งหมดให้ทางบริษัทฯ ไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง (กรณีที่เอกสารของท่านไม่สมบูรณ์ ทางสถานทูตอาจจะปฏิเสธการอนุมัติวีซ่าของท่านได้ และท่านจะต้องเสียค่าธรรมเนียมใหม่อีกครั้ง)
** ในการพิจารณาอนุมัติวีซ่า เป็นดุลยพินิจของทางสถานทูตฯ ซึ่งในบางกรณีอาจจะมีการเรียกเอกสารเพิ่มเติมจากที่ได้ระบุไว้ หรืออาจจะมีการเรียกสัมภาษณ์ได้
** อนึ่งระเบียบของสถานทูต อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามแต่สถานการณ์และคุณสมบัติของแต่ละท่าน หากท่านมีข้อสงสัย โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
** สถานทูตไม่สามารถดึงเล่ม ขณะที่กำลังพิจารณาวีซ่าอยู่ในทุกกรณี
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมที่พัก
เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน
อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
รู้ก่อนใครเพียงแค่เป็นเพื่อนกับเราได้ที่ @endlessroute