เที่ยวสุดคุ้มครั้งเดียว 2 ประเทศ "อียิปต์ & จอร์แดน" ชม 2 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และอารยธรรมโบราณกว่า 6,000 ปี สัมผัสความยิ่งใหญ่ของมหาพีระมิด และมหานครสีกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา เปิดประสบการณ์ขี่ม้าไปชม The Treasury แห่งนครเพตรา สนุกกับการลอยตัวในทะเลเดดซี ทะเลที่ขึ้นชื่อว่าเค็มที่สุดในโลก พร้อมเปิดประสบการณ์นอนแคมป์กลางทะเลทราย
พิเศษสุด! ร่วมเดินทางไปพร้อมกับ Blogger ชื่อดัง เจ้าของเพจ มาเรีย ณ ไกลบ้าน
พร้อมช่างภาพมืออาชีพที่จะคอยเก็บภาพความประทับใจให้ทุกท่านตลอดการเดินทาง
| FLIGHT FROM | DESTINATION | DATE | DEPARTS | ARRIVES |
|---|---|---|---|---|
| Bangkok | Cairo | 25 Jan 2019 | 00:50 | 05:50 (+1) |
| Cairo | Amman | 25 Jan 2019 | 17:05 | 18:20 |
| Amman | Cairo | 30 Jan 2019 | 19:10 | 20:40 |
| Cairo | Bangkok | 30 Jan 2019 | 23:30 | 12:40 (+1) |
| 24 ม.ค. 62 ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ |
22:00 น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 แถว Q
เช็คอินที่เคาน์เตอร์ของสายการบินอียิปต์แอร์ (Egypt Air)
โดยทุกท่านสามารถ Load น้ำหนักกระเป๋าได้ท่านละ 2 ใบ น้ำหนักไม่เกินใบละ 23 กก.
| 25 ม.ค. 62 ชมความยิ่งใหญ่อลังการของพีระมิดกีซา |
00:50 น.
ออกเดินทางสู่กรุงไคโรโดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 961
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง / มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

05:50 น.
ถึงสนามบินนานาชาติกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
ผ่านตม. รับสัมภาระ และเตรียมตัวเดินทางสู่กรุงไคโร (Cairo) เมืองหลวงของประเทศอียิปต์
07:00 น.
รับประทานอาหารเช้า
08:00 น.
ออกเดินทางสู่เมืองกีซา (Giza) เพื่อเข้าชม หมู่บ้านมหาพีระมิด (Great Pyramid of Giza)
1 ใน 7 สิ่ง มหัศจรรย์ของโลกที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นโดยองค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณ เพื่อฝังพระศพของพระองค์เอง นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 30 ปี โดยสร้างจากแท่งหินขนาดใหญ่ หินแต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิทมาก แม้แต่กระดาษก็สอดไม่ผ่าน พร้อมชม สฟิงซ์ (Sphinx) ที่แกะสลักจากเนินหินธรรมชาติ มีส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์และลำตัวเป็นสิงโต ส่วนหัวที่เหมือนมนุษย์นั้น มีสัญลักษณ์ของฟาโรห์อียิปต์ที่แสดงไว้ คือมีเคราที่คาง ตรงหน้าผากมีงูแผ่แม่เบี้ยและมีเครื่องประดับรัดเกล้าแบบกษัตริย์ พร้อมกับการเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์รอบๆ โดยมีพีระมิดแห่งเมืองกีซาเป็นฉากหลัง

ท่านสามารถเลือกขี่อูฐกลางทะเลทรายชมทิวทัศน์รอบๆ หรือเลือกที่จะเข้าไปชมภายในตัวพีระมิด ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ฝังพระศพขององค์ฟาโรห์ผู้สร้างพีระมิดนั้น ภายในสร้างเป็นห้องโถงใหญ่ มีทางเดินซึ่งสามารถเดินลงไปดูได้
ทั้งนี้ค่าขี่อูฐและค่าเข้าชมไม่ได้รวมอยู่ในค่าบริการ โดยข้อจำกัดการเข้าชมภายในพีระมิดคือในแต่ละวันมีผู้เข้าชมได้ไม่เกินวันละ 300 คนเท่านั้น (ค่าขี่อูฐประมาณท่านละ 15-20 USD)
*** ขอแนะนำให้เตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม สำหรับสายถ่ายรูปพลาดไม่ได้กับเสื้อผ้าสีสันสดใส เพื่อตัดกับฉากทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ***
11:30 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
13:00 น.
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของดินแดนไอยะคุปต์กันที่ พิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Egyptian Museum) สร้างโดยชาวฝรั่งเศส ชื่อ ออกุสต์ มาริเอตต์ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของอียิปต์ที่เก็บสมบัติฟาโรห์ ศิลปะวัตถุ และโบราณวัตถุต่างๆ พิพิธภัณฑ์ได้เปิดและมีการสร้างอาคารเพิ่มจนอย่างที่เห็นในปัจจุบัน หากอยากถ่ายภาพต้องเสียค่ากล้องเพิ่ม 50 LE (มือถือไม่เสียเงิน) ด้านในมีโบราณวัตถุแสดงอยู่กว่าแสนชิ้น และยังมีส่วนที่เก็บอยู่ในห้องใต้ดินอีกจำนวนมาก ศิลปะสมบัติล้ำค่าที่สุดคือ สมบัติที่นำมาจากหลุมฝังศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะและโบราณวัตถุตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณจนถึงยุคสมัยใหม่เก็บสะสมอยู่ด้วย มีการจำลองการเก็บศพแบบมัมมี่ ซึ่งมีทั้งศพจริง และที่เก็บศพเปล่าๆ
ไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่ห้อง Tutankhamun Galleries ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ในห้องเก็บสมบัติของฟาโรห์หนุ่มองค์นี้ มีเพียงห้องนี้ห้องเดียวที่มีแอร์ มีงานศิลปะเด่น 5 ชิ้นที่งดงามมาก คือ หน้ากากทองคำของตุตันคาเมน (King Tut’s Death Mask) บัลลังก์ทอง (Golden Throne) โลงศพทองคำแท้ (Innermost Coffin) รูปไม้แกะสลักที่สิงสถิตของวิญญาณผู้ล่วงลับ (Ka Statute) และโถทองคำบรรจุอวัยวะภายในของตุตันคาเมน (A Golden Canopic Chest) ทั้งนี้ค่าเข้าชมมัมมี่ของพระมหากษัตริย์ทั้ง 11 พระองค์ไม่รวมอยู่ในรายการ
*** มีเพียงหน้ากากทองคำของตุตันคาเมนเท่านั้นที่ห้ามถ่ายรูป ***

15:00 น.
เดินทางสู่สนามบินนานาชาติกรุงไคโร เพื่อเดินทางไปยังประเทศจอร์แดน
17:05 น.
ออกเดินทางโดยสายการบินอียิปต์แอร์เที่ยวบินที่ MS 701 ไปยังเมืองกรุงอัมมาน (Amman) ประเทศจอร์แดน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง / มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
18:20 น.
ถึงสนามบินนานาชาติ Queen Alia กรุงอัมมาน
19:00 น.
รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรม
20:30 น.
เช็คอินที่โรงแรม Mosaic Hotel (หรือเทียบเท่า) พักผ่อนตามอัธยาศัย
| 26 ม.ค. 62 ชมความงามของเมืองแห่งโมเสกและทะเลทรายวาดิรัม |
07:00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
08:00 น.
ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ (Greek Orthodox Church of St. George) ที่ถูก
สร้างในราวปี ค.ศ.600 ซึ่งเป็นยุคของไบแซนไทน์ และชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ที่ตกแต่งด้วยโมเสกสีต่างๆ จำนวนกว่า 2.3 ล้านชิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เยรูซาเล็ม แม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี เขาไซนาย อียิปต์ ฯลฯ
10:00 น.
เดินทางสู่ เมาท์ เนโบ (Mount Nebo) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นบริเวณที่โมเสสเสียชีวิต และได้ฝังศพของท่านไว้ที่นี่ โมเสสเป็นผู้นำชาวยิวที่เดินทางจากอียิปต์ไปยังเยรูซาเลม

11:00 น.
ชมความงามของ โบสถ์อนุสรณ์โมเสส (The Moses Memorial Church) ที่บนพื้นโบสถ์มีภาพโมเสกอันล้ำค่า แสดงให้เห็นถึงภาพชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างคน สัตว์ และธรรมชาติ นอกจากนี้ ภายในยังมีแท่นพิธี ที่นั่งตามรูปแบบของศาสนาคริสต์ เพื่อเอาไว้ประกอบพิธีต่างๆ ในปี 2000 เมื่อครั้งที่พระสันตะปาปาจอห์น พอล ที่ 2 ได้เสด็จมาแสวงบุญ ณ ที่แห่งนี้ ได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่บริเวณด้านนอก จะได้พบกับอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งโมเสสซึ่งมีลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน ที่ได้อุทิศให้เป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู จากบริเวณนี้สามารถมองเห็นแม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี เมืองเบธเลแฮม และประเทศอิสราเอลได้

12:00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
15:30 น.
มุ่งหน้าสู่ ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาทีในการเดินทาง ในอดีตทะเลทรายแห่งนี้ใช้เป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุดิอาระเบียไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ (แต่เดิมเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เมืองเพตรา) ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปี ค.ศ. 1916–1918 ทะเลทรายแห่งนี้ ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์และเจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดนและต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “Lawrence of Arabia”

18:00 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ Sun City Camp (หรือเทียบเท่า)
20:00 น.
เช็คอินที่แคมป์ทะเลยทราย Sun City Camp (หรือเทียบเท่า)
| 27 ม.ค. 62 นั่งรถท่องทะเลทรายพร้อมสัมผัสกับลิตเติ้ลเพตรา |
08:00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่แคมป์
09:00 น.
นั่งรถกระบะเปิดหลังคา รับบรรยากาศการท่องทะเลทราย ที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดง อันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล (สีของเม็ดทราบนั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์) ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พักและวางแผนการสู้รบกันพวกออตโตมัน

12:30 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
13:30 น.
ชม Little Petra เป็นเมืองของชาวนาบาเทียน อยู่ในหุบเขาคล้ายๆ กับเพตรา สีของหินที่นี่ไม่ได้ออกสีส้มชมพูเหมือนที่นครเพตรา แต่จะออกสีเหลืองส้ม ลักษณะของสิ่งก่อสร้างเป็นแบบเจาะเข้าไปในภูเขาเช่นเดียวกัน แต่ขนาดเล็กกว่า จุดประสงค์ของเมืองนี้ไม่ทราบแน่ชัด สันนิษฐานว่าอาจใช้เป็นที่อยู่อาศัยของขบวนคาราวานหรือเป็นเมืองปริมณฑลของเพตรา ที่แห่งนี้อยู่ห่างจากนครเพตรามาเพียง 15 นาทีเท่านั้น

16:00 น.
เช็คอินที่โรงแรม Petra Moon Hotel (หรือเทียบเท่า)
18:00 น.
รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรม
| 28 ม.ค. 62 ดื่มด่ำกับความงามของนครเพตรา |
07:00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
08:00 น.
ชม นครเพตรา ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 1985 และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกใหม่ (จากการตัดสินโดยการโหวตจากคนนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/07/07) มหานครศิลาทรายสีชมพู หรือนครสีดอกกุหลาบนี้ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (Wadi Musa) มีประวัติอันยาวนาน การพังทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายต่อหลายครั้งทำให้เมืองแห่งนี้สูญหายไปนับพันปี จนเมื่อปี ค.ศ. 1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นามว่า จอห์น ลุควิดซ์ เบอร์ค ฮาร์ดท์ ได้ค้นพบนครแห่งนี้ และนำไปเขียนในหนังสือชื่อ Travel in Syria จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน
นำท่านขี่ม้า (ทุกท่านสามารถขี่ม้าภายในเส้นทางที่ม้าเดินในเพตราได้ ซึ่งรวมอยู่ในค่าบัตรแล้ว เพียงแต่ต้องจ่ายค่าทิปแก่คนจูงม้า ประมาณ 3-5 USD ต่อท่าน /ต่อเที่ยว หรือแล้วแต่การต่อรองราคา กับคนจูงม้ากรณีอยากขี่ลา ขี่อูฐ รถม้าลาก ฯลฯ สอบถามโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่หรือสอบถามที่หัวหน้าทัวร์) เป็นระยะทาง 800 เมตร บนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมือง พร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่ง นำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง SIQ เส้นทางมหัศจรรย์กว่า 1.5 กิโลเมตร ที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน เพลิดเพลินกับความงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้าง คล้ายกับแคนยอน

พบกับความงามของ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ El-Khazneh / Treasury ที่สันนิษฐานว่าสร้างในศตวรรษที่ 1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดยการเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูงถึง 40 เมตร และกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน ทั้งอียิปต์ กรีก นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวา เดิมทีเชื่อกันว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติฟาโรห์อียิปต์ นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้ลงความเห็นกันว่าน่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้ปกครองเมือง และใช้เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา

จากนั้นชม โรงละครโรมัน (Roman Theatre) ที่แกะสลักจากภูเขา โดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลอย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานกันว่าสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว สามารถจุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน

12:30 น.
รับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ ณ Nabatian Tent (หรือเทียบเท่า)
14:00 น.
ต่อกันที่ Ad-Deir หรือ Monastery ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างจากหินในเมือง Petra สร้างขึ้นโดยชาว Nabataeans ในศตวรรษที่ 1 มีความสูงประมาณ 50 เมตร กว้าง 45 เมตร ตัวสถาปัตยกรรมเป็นตัวอย่างของสไตล์คลาสสิคของนาบูต เป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาชมมากพอๆกับ The Treasury เลยทีเดียว ทั้งนี้ ไม่สามารถเข้าชมด้านในได้ สามารถถ่ายรูปได้แต่ข้างนอกเท่านั้น

19:00 น.
รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรม
20:30 น.
สัมผัสกับ Petra by Night ที่จะมีให้ชมเฉพาะวันจันทร์ พุธ และพฤหัสบดี เท่านั้น ชมความงามของ Treasury เมื่อต้องแสงเทียนในยามค่ำคืน พร้อมการแสดง Bedouin Classical

22:30 น.
มุ่งหน้ากลับสู่โรงแรม Petra Moon Hotel (หรือเทียบเท่า)
| 29 ม.ค. 62 สัมผัสกับ Al Karak Castle และ Dead Sea |
08:00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
10:30 น.
ชม Al Karak Castle ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเครัค ทางตอนกลางของประเทศจอร์แดน นับเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในช่วงยุคสงครามครูเสด จากประวัติศาสตร์สงครามครูเสดเป็นสงครามระหว่างคริสเตียนจากยุโรปและชาวมุสลิมซึ่งยึดครองพื้นที่แถบนี้รวมทั้งนครเยรูซาเลม นครศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของศาสนาอับราฮัมหลักทั้งสาม (ศาสนายูดา ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม) โดยชาวคริสต์ต้องการฟื้นฟูการเข้าถึงที่ศักดิ์สิทธิ์บริเวณเยรูซาเล็ม ปราสาทเครัคแห่งนี้สร้างในศตวรรษที่ 12 ปี ค.ศ.1115 โดย King Baldwin ที่ 1 แห่งเยรูซาเลม เพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการควบคุมกองคาราวานในเส้นทางการค้าขายที่เชื่อมกับประเทศอียิปต์ไปยังกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหิน กำแพงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาโค้งยาว แล้วก็เจาะร่องแสงเล็กๆ ลักษณะแบบนี้ ทำให้ง่ายต่อการป้องกันศัตรู ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ยังคงเหลือโครงสร้างที่สมบูรณ์ การแวะเยี่ยมชมที่นี่ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของการทำสงครามสมัยประวัติศาสตร์ (ครูเสด)

12:30 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
15:00 น.
เช็คอินที่โรงแรม Holiday Inn Resort (หรือเทียบเท่า) เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมตัวสำหรับการไปเดดซี
16:00 น.
เดินทางสู่ ทะเลเดดซี (Dead Sea) ซึ่งเป็นทะเลที่ถูกบันทึกในกินเนสส์บุ๊คว่าเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และมีความเค็มมากที่สุดในโลก มากกว่า 20% ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถอาศัยอยู่ได้ ท่านสามารถลงเล่นน้ำทะเลเพื่อพิสูจน์ความจริงที่ว่าเราสามารถลอยตัวได้จริงหรือไม่
*** การลงเล่นน้ำในทะเลเดดซีมีข้อพึงระวัง จีงควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ***

19:00 น.
รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรม
20:30 น.
มุ่งหน้ากลับสู่โรงแรม Holiday Inn Resort (หรือเทียบเท่า)
| 30 ม.ค. 62 มุ่งหน้าสู่นครเจอราช และเดินทางกลับสู่ประเทศไทย |
07:00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
10:00 น.
มุ่งหน้าสู่ นครเจอราช (Jerash) หรือเมืองพันเสา ซึ่งเป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลายและถูกฝังกลบโดยทราย หลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี
ชมซุ้มประตูกษัตริย์เฮเดรียนและสนามแข่งม้าฮิปโปโดรม และเดินเข้าประตูทางทิศใต้เพื่อชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุมและพบปะสังสรรค์ของชาวเมือง วิหารเทพซีอุส ฯลฯ โรงละครทางทิศใต้ (สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92) จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์ เพียงพูดเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชมวิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช ที่สร้างในราวปี ค.ศ. 150 เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีบวงสรวงและบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน จากนั้นเดินเข้าสู่ถนนคาร์โด หรือถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้ บนถนนยังมีริ้วรอยของล้อรถม้า ฝาท่อระบายน้ำ ซุ้มโคมไฟ บ่อน น้ำดื่มของม้า ชมน้ำพุใจกลางเมือง (Nyphaeum) ที่สร้างราวปี ค.ศ.191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด ตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุ ฯลฯ

12:00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
13:30 น.
ชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (Amman Citadel) ที่ถูกสร้างเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่างๆ รอบเมือง มีจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง ซึ่งมีฉากหลังเป็น โรงละครโรมัน (Roman Theater) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดน จุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงอันแปลกตายิ่งนักที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.161-180 ในสมัยโรมัน พระราชวังเก่าอุมเมยาด สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิม ของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดนซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน ห้องรับแขก ฯลฯ

16:30 น.
เดินทางสู่สนามบินนานาชาติ Queen Alia กรุงอัมมาน เพื่อเดินทางไปยังกรุงไคโร และเดินทางต่อเพื่อกลับประเทศไทย
19:10 น.
ออกเดินทางโดยสายการบินอียิปต์แอร์เที่ยวบินที่ MS702 เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงไคโร
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที / มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
ทั้งนี้สัมภาระต่างๆ จะ Fly Through กลับมายังประเทศไทย
20:40 น.
ถึงสนามบินนานาชาติกรุงไคโร
23:30 น.
เดินทางต่อโดยสายการบินอียิปต์แอร์เที่ยวบินที่ MS960 เพื่อกลับสู่ประเทศไทย
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง 10 นาที / มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
| 31 ม.ค. 62 เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ |
12:40 น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
—————————————————————
| อัตราค่าบริการ | ||||
|---|---|---|---|---|
| ราคาผู้ใหญ่ (พักห้องละ 2-3 ท่าน) |
ราคาเด็กเสริมเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) |
ราคาเด็กไม่เสริมเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) |
พักเดี่ยวเพิ่ม | |
| 66,500 บาท | 66,500 บาท | 64,500 บาท | 8,000 บาท | |
หมายเหตุ
อัตรานี้รวม
อัตรานี้ไม่รวม
เงื่อนไขในการจองทัวร์
กรณียกเลิก
เอกสารประกอบการขอวีซ่าประเทศอียิปต์-จอร์แดน
*** วีซ่าประเทศอียิปต์ เป็น Transit Visa
*** วีซ่าประเทศจอร์แดน เป็น Visa on Arrival ซึ่งต้องเตรียมเอกสารดังนี้
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมที่พัก
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/09581
Download รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ -> ทริปอียิปต์-จอร์แดน
อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
รู้ก่อนใครเพียงแค่เป็นเพื่อนกับเราได้ที่ @endlessroute